[CU-MOOC] หลักการพื้นฐานทางกฎหมายทั่วไป - บทที่ 4: ศักดิ์ของกฎหมาย (note)
ตัวคอร์ส https://youtu.be/VQpPcllFJHk
[CU-MOOC] หลักการพื้นฐานทางกฎหมายทั่วไป - บทที่ 4: ศักดิ์ของกฎหมาย
ตอนที่ทำเรื่องการปลดล็อกกัญชา สงสับมากเลยเรื่องลำดับขั้นของ กม และการบังคับใช้ + ความรวดเร็วในการบังคับใช้ของแต่ละอัน ตอนนี้เข้าใจมากขึ้น
สรุปเรื่อง "ศักดิ์ของกฎหมาย" (Hierarchy of Law) และความสำคัญในการบังคับใช้
ศักดิ์ของกฎหมาย คืออะไร?
ศักดิ์ของกฎหมาย คือ ลำดับชั้นความสูงต่ำของกฎหมาย ที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการตรวจสอบความขัดแย้งของกฎหมาย โดยพิจารณาจาก "องค์กรที่ออกกฎหมาย" หากองค์กรใดมีอำนาจสูงกว่า กฎหมายที่ออกโดยองค์กรนั้นก็จะมีศักดิ์สูงกว่า,
การเรียงลำดับศักดิ์ของกฎหมายไทย (จากสูงสุดไปต่ำสุด)
- รัฐธรรมนูญ: เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เพราะถือว่ามาจากประชาชน หรือได้รับความเห็นชอบจากประชาชน กฎหมายอื่นจะขัดหรือแย้งไม่ได้,
- พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.): ในปัจจุบันถือว่ามีศักดิ์สูงกว่าพระราชบัญญัติทั่วไป เนื่องจากมีกระบวนการตราที่ซับซ้อนกว่าและต้องผ่านศาลรัฐธรรมนูญก่อน (แนวคิดคล้ายกฎหมายฝรั่งเศส),
- พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) และ พระราชกำหนด (พ.ร.ก.):
- พ.ร.บ. ออกโดยฝ่ายนิติบัญญัติ (รัฐสภา)
- พ.ร.ก. ออกโดยฝ่ายบริหาร (ครม.) แต่มีศักดิ์ เทียบเท่า พ.ร.บ. เพราะเป็นข้อยกเว้นที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น,
- พระราชกฤษฎีกา: ออกโดยคณะรัฐมนตรี (ฝ่ายบริหาร) ต้องมีการลงพระปรมาภิไธย
- กฎกระทรวง: ออกโดยรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ผ่าน ครม. ไม่ต้องลงพระปรมาภิไธย
- ประกาศกระทรวง: มีศักดิ์ต่ำกว่ากฎกระทรวง
- กฎหมายท้องถิ่น: เช่น ข้อบัญญัติ กทม., พัทยา, อบต., เทศบาล ถือเป็นกฎหมายที่มีศักดิ์ต่ำที่สุด,
ความสำคัญในการบังคับใช้ (ผลของศักดิ์ของกฎหมาย)
เมื่อเกิดปัญหากฎหมายขัดแย้งกัน เราจะใช้หลักศักดิ์ของกฎหมายมาตัดสิน ดังนี้ครับ:
1. กฎหมายศักดิ์ต่ำกว่า จะขัดแย้งกับกฎหมายศักดิ์สูงกว่าไม่ได้ หากกฎหมายลำดับล่างมีเนื้อหาขัดกับกฎหมายลำดับบน กฎหมายล่างนั้นจะใช้บังคับไม่ได้
- ตัวอย่าง: หากรัฐสภาออกกฎหมาย "ห้ามคนหน้าตาไม่ดีออกจากบ้าน" กฎหมายนี้จะใช้ไม่ได้ทันที เพราะขัดต่อ รัฐธรรมนูญ (ศักดิ์สูงสุด) ที่รับรองความเสมอภาคและห้ามเลือกปฏิบัติ,,
2. กฎหมายศักดิ์ต่ำกว่า จะออกเกินขอบเขตอำนาจที่กฎหมายแม่บทให้ไว้ไม่ได้ กฎหมายลูก (เช่น กฎกระทรวง) ต้องออกภายใต้กรอบที่กฎหมายแม่ (เช่น พ.ร.บ.) อนุญาตไว้
- ตัวอย่าง: พ.ร.บ. ให้อำนาจออกกฎกระทรวงห้ามขายเหล้ารอบ "สถานศึกษา" แต่ถ้ากระทรวงไปออกกฎห้ามขายรอบ "โรงงาน" ด้วย ถือว่าออกเกินอำนาจ กฎกระทรวงนั้นจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย,,
3. เมื่อขัดแย้งกัน ต้องใช้กฎหมายศักดิ์สูงกว่าเสมอ ไม่ว่ากฎหมายศักดิ์สูงกว่าจะออกมา ก่อน หรือ หลัง ก็ตาม หากเนื้อหาขัดกัน ต้องยึดตามกฎหมายที่มีศักดิ์สูงกว่าเป็นหลัก
4. กรณีศักดิ์เท่ากัน ให้ใช้กฎหมายใหม่ หากกฎหมายมีศักดิ์เท่ากัน (เช่น พ.ร.บ. กับ พ.ร.บ.) แต่เนื้อหาขัดกัน ให้ถือว่ากฎหมายฉบับ "หลังสุด" (ใหม่กว่า) เป็นการยกเลิกกฎหมายฉบับเก่าในส่วนที่ขัดกันนั้น
กฎหมายจะใช้บังคับได้ตลอดไปจนกว่าจะถูก "ยกเลิก" หรือ "เพิกถอน" ด้วยเหตุผลทางกฎหมาย
สรุปปัจจัยที่กำหนดว่ากฎหมายจะ "อยู่ได้นานเท่าไหร่" หรือสิ้นสุดลงเมื่อใด มีดังนี้:
1. อยู่จนกว่าจะมีกฎหมายใหม่ใน "ศักดิ์เท่ากัน" มายกเลิก หากมีกฎหมายระดับเดียวกัน (เช่น พ.ร.บ. กับ พ.ร.บ.) ออกมาในเรื่องเดียวกันแต่เนื้อหาขัดแย้งกัน กฎหมายฉบับเก่าจะสิ้นสุดลงทันทีในส่วนที่ขัดแย้งนั้น โดยยึดหลักว่า "กฎหมายใหม่ยกเลิกกฎหมายเก่า" ซึ่งถือเป็นเจตจำนงล่าสุดของรัฐที่ต้องการบังคับใช้,
2. อยู่จนกว่าจะถูก "กฎหมายศักดิ์สูงกว่า" มาขัดแย้ง กฎหมายศักดิ์ต่ำกว่า (เช่น กฎกระทรวง) จะสิ้นสภาพการบังคับใช้ทันทีหากมีเนื้อหาขัดแย้งกับกฎหมายศักดิ์สูงกว่า (เช่น พ.ร.บ.) ไม่ว่ากฎหมายศักดิ์สูงกว่านั้นจะออกมา ก่อน หรือ หลัง ก็ตาม หากขัดกันต้องใช้กฎหมายศักดิ์สูงกว่าเสมอ
3. กรณีพิเศษ: การสิ้นสุดของรัฐธรรมนูญ เมื่อเกิดการรัฐประหารและมีการประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญ (กฎหมายสูงสุด) โดยปกติกฎหมายระดับรองลงมาอย่าง "พระราชบัญญัติ" จะยังคงอยู่และใช้บังคับต่อไปได้ตามประกาศของคณะปฏิวัติที่มักระบุให้ศาลตัดสินคดีตามกฎหมายที่มีอยู่ต่อไป
- กรณีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.): ในอดีตเคยมีประเด็นถกเถียงว่าเมื่อรัฐธรรมนูญถูกยกเลิก พ.ร.ป. จะถูกยกเลิกด้วยหรือไม่ แต่มีการตีความว่า พ.ร.ป. มีเนื้อหาเทียบเท่า พ.ร.บ. จึงยังคงอยู่ได้ไม่ถูกยกเลิกไปพร้อมรัฐธรรมนูญ,
สรุป: อายุของกฎหมายแต่ละตัวไม่ได้ขึ้นอยู่กับเวลา แต่ขึ้นอยู่กับ ลำดับศักดิ์ และ การตรากฎหมายใหม่ มาแทนที่
ข้างล่างคือลองถามเพิ่มเติม ไม่เกี่ยวกับเนื้อหา - เพราะพยายามทำความเข้าใจต่อระบบการควบคุมประชาคมมหาวิทยาลัย จะบอกว่าไม่สำคัญไม่ได้ ถ้าตั้งต้นมาการร่างทำได้ไม่ดี ก็ต้องมีการแก้ไข เพราะเห็นมีคนบ่นกันเรื่องธรรมาภิบาลพอสมควร
จากข้อมูลในวิดีโอเรื่อง "ศักดิ์ของกฎหมาย" สามารถจัดลำดับของ "พ.ร.บ. มหาวิทยาลัย" ได้ดังนี้
พ.ร.บ. มหาวิทยาลัย (หรือชื่อเต็มคือ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย) จัดอยู่ในศักดิ์ของ "พระราชบัญญัติ" (ลำดับที่ 3) ของลำดับชั้นกฎหมายไทย โดยมีรายละเอียดดังนี้:
1. สถานะและที่มา
- เป็นกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ: พ.ร.บ. มหาวิทยาลัย ถือเป็นกฎหมายที่ตราขึ้นโดยฝ่ายนิติบัญญัติหรือ รัฐสภา (ซึ่งเป็นตัวแทนของปวงชน),
- มีศักดิ์ต่ำกว่ารัฐธรรมนูญ: พ.ร.บ. นี้จะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ (ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด) ไม่ได้,
- มีศักดิ์เทียบเท่าพระราชกำหนด: มีสถานะทางกฎหมายเท่ากับ "พระราชกำหนด" (พ.ร.ก.) ที่ตราโดยฝ่ายบริหารในภาวะฉุกเฉิน,
2. ความสัมพันธ์กับกฎหมายอื่น
- สูงกว่ากฎหมายฝ่ายบริหาร: พ.ร.บ. มหาวิทยาลัย มีศักดิ์ สูงกว่า กฎหมายที่ออกโดยคณะรัฐมนตรีหรือกระทรวง เช่น พระราชกฤษฎีกา, กฎกระทรวง และประกาศกระทรวง,
- เป็นกฎหมายแม่บท: พ.ร.บ. มหาวิทยาลัย มักทำหน้าที่เป็น "กฎหมายแม่บท" ที่ให้อำนาจมหาวิทยาลัยไปออกกฎระเบียบย่อย (เช่น ข้อบังคับมหาวิทยาลัย) ซึ่งกฎระเบียบย่อยเหล่านั้นจะออกมาขัดแย้งกับตัว พ.ร.บ. มหาวิทยาลัย ไม่ได้ หรือจะออกเกินขอบเขตอำนาจที่ พ.ร.บ. ให้ไว้ไม่ได้,
สรุป: ในโครงสร้างศักดิ์ของกฎหมาย พ.ร.บ. มหาวิทยาลัย อยู่ใน ลำดับชั้นที่ 3 (รองจากรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ) และมีอำนาจศักดิ์สิทธิ์กว่ากฎเกณฑ์ที่ออกโดยฝ่ายบริหารหรือกฎระเบียบภายในองค์กรครับ

Comments
Post a Comment